
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● ราคาทองคำตลาดโลกปิดบวกเล็กน้อยในวันศุกร์ (25 ก.ย.) แต่ยัง ปรับตัวลดลงในรอบสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่เจ้าหน้าที่ Fed หลายรายส่งสัญญาณสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน ประกอบกับ Bond Yield ที่ปรับสูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ
● ขณะที่เปิดตลาดเช้าวันนี้ ราคาทองคำยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และทำ New Low ในรอบ 8 สัปดาห์ ที่ระดับ 4,210 เหรียญ หลังหลุดแนวรับทางเทคนิค ส่งผลให้มีแรงขายตามเข้ามาเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน US Bond Yield ปรับสูงขึ้นเฉลี่ยราว 0.7% จากช่วงเปิดตลาด และดัชนีดอลลาร์ทรงตัวบริเวณ 101.03 จุด จึงยังเป็นปัจจัยกดดันทองคำในระยะสั้น
● ขณะที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงเล็กน้อยเช้านี้ ยังไม่เป็นปัจจัยเร่งกดดันทองคำ จากความคาดหวังว่าการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่านยังเดินหน้าต่อ แม้ Trump จะปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบ Hormuz โดยทั้งสองฝ่ายยังส่งสัญญาณพร้อมหารือรอบใหม่ในสัปดาห์นี้
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 10.15 เหรียญ หรือ 0.24% มาอยู่ที่ระดับ 4,285 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันปรับตัวลดลงมาอยู่ที่บริเวณ 4,210 เหรียญ
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 23.20 ดอลลาร์ หรือ 0.54% ปิดที่ 4,321.20 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 0.46 เหรียญ หรือ 0.73% มาอยู่ที่ระดับ 64.29 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 62.8 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.28 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,054.56 ตัน ภาพรวมเดือนกันยายนซื้อเข้า 12.21 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 17.44 ตัน
● ผลสำรวจ Kitco News Gold Survey สัปดาห์นี้ มุมมองนักวิเคราะห์เริ่มแตกต่างกันมากขึ้น หลังจากสัปดาห์ก่อนมีมุมมองเชิงบวกอย่างชัดเจน โดยสัปดาห์นี้ 36% มองว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้น, 29% คาดว่าราคาจะปรับตัวลดลงต่อ และอีก 36% มองว่าทองคำจะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ Sideways ภาพรวมจึงสะท้อนว่า ตลาดยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนสำหรับสัปดาห์นี้ และมุมมองของนักวิเคราะห์กระจายตัวมากขึ้นเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน
● นักวิเคราะห์จาก investingLive มองว่าทองคำยังอยู่ในช่วงพักฐาน หลังปรับขึ้นแรงในช่วงต้นปี โดย Bond Yield ที่ยืนเหนือ 5% ทำให้ทองต้องแข่งขันกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น และอาจจำกัดการฟื้นตัวในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เขามองว่าแนวรับบริเวณ 4,300–4,000 เหรียญ ยังมีความสำคัญ หากราคายังยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ ภาพระยะยาวของทองคำยังไม่เสีย และปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างยังคงอยู่
● นักวิเคราะห์จาก Bannockburn Global Forex มองว่าทองคำมีโอกาสฟื้นตัวในสัปดาห์นี้ หากตัวเลข PCE และ Nonfarm Payrolls ออกมาอ่อนแอลง ซึ่งอาจช่วยลดแรงคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำจำเป็นต้องกลับขึ้นยืนเหนือ 4,400 เหรียญ จึงจะสะท้อนสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น
● Kitco มองว่าทองคำยังแข็งแกร่งกว่าที่ควรเป็น แม้ Fed คุมเข้มนโยบายและ US10Y Yield ใกล้ 5.2% โดยแบบจำลอง WGC ชี้ว่า Yield เพิ่มทุก 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ อาจกดทองลงราว 1.75% ซึ่งตามปกติทองควรต่ำกว่า 4,000 เหรียญ Kitco มองว่าสาเหตุสำคัญมาจากแรงซื้อของธนาคารกลาง ความต้องการผ่าน Gold ETF รวมถึงความกังวลด้านเงินเฟ้อ ภูมิรัฐศาสตร์ และฐานะการคลังของสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนไม่ได้มองทองผ่านทิศทางดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.24 จุด หรือ -0.24% มาอยู่ที่ระดับ 101.03 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 101.03 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 5.518% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 5.2% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.893% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.31%
● ด้าน Beth Hammack ประธาน Fed สาขาคลีฟแลนด์ ระบุว่า Bond Yield ระยะยาวที่ปรับสูงขึ้นได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ความกังวลด้านหนี้ภาครัฐ และความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ขณะที่ส่วนต่างระหว่าง US 10Y Yield และ US 2Y Yield แคบลงต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2025 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยในตลาดพันธบัตร
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (25 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Microsoft และหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ยังคงสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,828.62 จุด เพิ่มขึ้น 478.64 จุด หรือ +0.93%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,743.41 จุด เพิ่มขึ้น 39.28 จุด หรือ +0.51%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,068.72 จุด เพิ่มขึ้น 129.34 จุด หรือ +0.48%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงราว 2% ในวันศุกร์ (25 ก.ย.) ท่ามกลางความหวังที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงกระแสข่าวที่ว่าสหรัฐฯ อาจห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล แม้นักลงทุนยังกังวลว่าการโจมตีซาอุดีอาระเบียที่เพิ่มขึ้นโดยกลุ่มฮูตีอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันจากผู้ผลิตรายสำคัญในตะวันออกกลางก็ตาม เริ่มเทรดสินค้าโภคภัณฑ์
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 2.20 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 92.41 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 2.28 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 104.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
● วันเสาร์ (26 ก.ย.) ประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่า สหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอแบบมีเงื่อนไขของอิหร่านในการเปิดช่องแคบ Hormuz อีกครั้ง เนื่องจากมองว่าเงื่อนไขดังกล่าวไม่สามารถยอมรับได้ พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ ยังควบคุมเส้นทางเดินเรือได้ ขณะที่ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ เดินหน้ากดดันให้นานาชาติร่วมโดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจ
● วันอาทิตย์ (27 ก.ย.) Abbas Araqchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่าทางออกของความขัดแย้งต้องผ่านการเจรจา และการเปิดช่องแคบ Hormuz ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของอิหร่าน ขณะที่ Trump คาดว่าจะมีการเจรจารอบใหม่ในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งยังตึงเครียด หลังกลุ่ม Houthi ยังคงโจมตีผลประโยชน์ของซาอุดีอาระเบีย เพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางส่งออกน้ำมันในทะเลแดง
● สหรัฐฯ และจีนบรรลุ ฉันทามติ 8 ข้อ ภายหลังการเยือนสหรัฐฯ ของประธานาธิบดี Xi Jinping ระหว่างวันที่ 23–25 ก.ย. โดยประเด็นสำคัญคือ การตกลงลดภาษีระหว่างกันภายใต้วงเงิน $30 billion พร้อมจัดตั้ง Board of Trade และกลไกความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเพิ่มเติม รวมถึง ตกลงเดินหน้าต่อจากข้อตกลงการค้าเดิม และขยายกรอบความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายเคยเจรจากันไว้ก่อนหน้านี้
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุว่า เงินบาทเช้าวันนี้เปิดที่ 33.46 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนที่ 33.34 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบเงินบาทวันนี้ที่ 33.35–33.60 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
