สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 25 กันยายน 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
ราคาทองคำตลาดโลกปิดร่วงหลุดระดับ 4,300 เหรียญ เป็นวันที่ 2 ก่อนเช้านี้ฟื้นตัวเล็กน้อย หลังเมื่อวานทำจุดต่ำสุดที่ 4,244 เหรียญ ท่ามกลางความกังวลว่า Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมภายในปีนี้ หลังเจ้าหน้าที่ Fed หลายรายส่งสัญญาณสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน Bond Yield ที่ปรับสูงขึ้น ราคาน้ำมันที่กลับมาพุ่ง และดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่า ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดทองคำ ทำให้ราคายังเผชิญแรงขายในระยะสั้น
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -19.39 เหรียญ หรือ -0.45% มาอยู่ที่ระดับ 4,273.8 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,293.19 เหรียญ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 20.40 ดอลลาร์ หรือ 0.47% ปิดที่ 4,298.00 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -0.55 เหรียญ หรือ -0.85% มาอยู่ที่ระดับ 63.83 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 64.05 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,056.84 ตัน ภาพรวมเดือนกันยายนซื้อเข้า 14.49 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 15.16 ตัน
Saxo Bank มองว่า ทองคำกำลังเผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูงและดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่า โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,235 เหรียญ หากราคาหลุดระดับดังกล่าว อาจเปิดทางให้เกิด การปรับฐานที่ลึกขึ้น และมีความเสี่ยงกลับลงไปทดสอบบริเวณ 4,000 เหรียญ ซึ่งเป็นฐานราคาเดิมช่วง มิ.ย.–ก.ค. อย่างไรก็ตาม แรงซื้อจากจีนและการที่ยังไม่เห็นแรงขายออกจาก Gold ETF อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่า ปัจจัยพื้นฐานเชิงโครงสร้างของทองคำยังคงแข็งแรง
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.14 จุด หรือ 0.14% มาอยู่ที่ระดับ 101.25 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 101.23 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้น 0.08 % มาอยู่ที่ระดับ 5.475%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.08 % มาอยู่ที่ระดับ 5.188% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.903% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.29%
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกเผชิญแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้น โดย US 30Y Yield แตะระดับ 5.5% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2004 ขณะที่ US 10Y Yield ขึ้นแตะ 5.22% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง ประกอบกับราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นและเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
CME FedWatch ล่าสุด ตลาดเพิ่มน้ำหนักว่า Fed อาจ ขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ โดยการประชุมเดือน ต.ค. มีโอกาส 67.5% ที่จะขึ้น 0.25% สู่กรอบ 4.00–4.25% ขณะที่การประชุมเดือน ธ.ค. ตลาดให้น้ำหนักสูงสุด 56.8% ว่าดอกเบี้ยจะอยู่ที่กรอบ 4.25–4.50% หรือเท่ากับ Fed ขึ้นดอกเบี้ยรวมอีก 0.50% จากระดับปัจจุบัน.
เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายได้ออกมาส่งสัญญาณสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย โดยแอนนา พอลสัน ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ขณะที่แนวโน้มเงินเฟ้อยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล
ด้านไมเคิล บาร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด กล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ขณะที่จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่เฟดอาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกก่อนสิ้นปีนี้
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่สามในวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องและทำให้ตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้บั่นทอนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,349.98 จุด ลดลง 161.61 จุด หรือ -0.31%,
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,704.13 จุด ลดลง 1.90 จุด หรือ -0.02%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,939.37 จุด เพิ่มขึ้น 3.34 จุด หรือ +0.01%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) หลังจากมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 2.45 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 94.61 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 3.52 ดอลลาร์ หรือ 3.4% ปิดที่ 106.60 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
อิหร่านยื่นข้อเสนอใหม่ต่อสหรัฐฯ ผ่านผู้ไกล่เกลี่ย เพื่อเปิดช่องแคบ Hormuz และกลับเข้าสู่การเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้าย โดยกำหนดให้สหรัฐฯ ดำเนินการตามเงื่อนไขภายใน 7 วัน ซึ่งครอบคลุมการผ่อนคลายคว่ำบาตร การปล่อยสินทรัพย์ที่ถูกอายัด และการยุติปฏิบัติการทางทหารบางส่วน ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่าการหารือยังเป็นไปในเชิงบวก
ประธานาธิบดี Masoud Pezeshkian ระบุว่า อิหร่านยังต้องการบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ แต่จะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดัน พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลอิหร่านมีแผนลอบสังหาร Donald Trump หรือสมาชิกในครอบครัว
อย่างไรก็ตามท่าทีของอิหร่านยังคงแข็งกร้าว โดยยืนยันว่าฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมในมุมมองของอิหร่าน หากถูกใช้โจมตีประเทศ และระบุว่าสหรัฐฯ อาจมีศักยภาพทำลายล้างสูง แต่ไม่สามารถบังคับให้อิหร่านยอมจำนนได้ สะท้อนว่าช่องทางการทูตยังเปิดอยู่ แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง
ด้าน Benjamin Netanyahu นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวต่อที่ประชุม UNGA วิจารณ์อิหร่านอย่างรุนแรง และระบุว่ารัฐบาลอิหร่านอาจล่มในอนาคต พร้อมโจมตีนโยบายของหลายประเทศที่วิจารณ์อิสราเอล ขณะที่ผู้แทนจำนวนมากเดินออกจากห้องประชุมระหว่างสุนทรพจน์ และมีการประท้วงต่อต้านเขาในนิวยอร์ก
Xi Jinping และ Donald Trump หารือประเด็นการค้า AI ไต้หวัน และสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน โดยสหรัฐฯ–จีนขยายพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน แต่ประเด็นภาษี Rare Earth และข้อจำกัดเทคโนโลยียังต้องเจรจาต่อ ขณะที่ Xi สนับสนุนความร่วมมือด้าน AI การลดความเสี่ยงความขัดแย้งทางทหาร การจัดการประเด็นไต้หวันอย่างระมัดระวัง และให้สหรัฐฯ–อิหร่านกลับเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.51 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับอยู่ที่ 33.45 บาท แนวต้าน 33.60 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ