
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● ราคาทองคำปิดต่ำกว่าระดับ 4,300 เหรียญ ก่อนเช้านี้พยายามกลับมายืนเหนือระดับดังกล่าว หลัง PMI สหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้ตลาดเพิ่มโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเดือนต.ค. เป็นราว 70% จาก 53%
● ขณะเดียวกัน US 10Y Yield พุ่งแตะ 5.106% สูงสุดตั้งแต่ปี 2007 และดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมาที่ระดับ 101 ประกอบกับราคาน้ำมันที่กลับมาปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทานในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ยิ่งเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัว และเป็นแรงกดดันทองคำเพิ่มเติม
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -76.2 เหรียญ หรือ -1.75% มาอยู่ที่ระดับ 4,287.41 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,299.21 เหรียญ
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 58 ดอลลาร์ หรือ 1.33% ปิดที่ 4,318.40 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -2.61 เหรียญ หรือ -3.89% มาอยู่ที่ระดับ 64.42 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 64.32 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.86 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,056.84 ตัน ภาพรวมเดือนกันยายนซื้อเข้า 14.49 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 15.16 ตัน
● TD Securities มองว่าการอ่อนตัวของทองคำต่ำกว่า 4,300 เหรียญมี Downside จำกัด และยังมีโอกาสกลับขึ้นเหนือ 5,000 เหรียญในปี 2027 แม้ดอกเบี้ยและ Real Yield ยังสูง เพราะตลาดสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ไปมากแล้ว ขณะที่แรงซื้อจาก Gold ETF ธนาคารกลาง และจีนยังแข็งแกร่ง รวมถึงความกังวลด้านเงินเฟ้อ การคลัง ค่าเงิน และ De-dollarization ที่ช่วยหนุนอุปสงค์ทองคำในระยะกลาง–ยาว
● นักวิเคราะห์จาก Kitco มองว่า US 10Y Yield ที่พุ่งเหนือ 5% เป็นแรงกดดันทองคำระยะสั้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนปัจจัยพื้นฐานระยะยาว เพราะ Bond Yield ที่สูงขึ้นอาจสะท้อนความกังวลด้านเงินเฟ้อ หนี้ และการคลังของสหรัฐฯ ขณะที่แรงซื้อจากธนาคารกลางและแนวโน้ม De-dollarization ยังเป็นแรงหนุนทองคำ โดยหาก Yield ไม่สามารถยืนเหนือ 5% ได้ แรงขายทองอาจเริ่มคลี่คลาย
● BMO Capital Markets มองว่าทองคำยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง แม้ถูกกดดันจากดอลลาร์และ Bond Yield ที่สูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากเงินไหลเข้า Gold ETF และอุปสงค์ในจีน–อินเดีย ขณะที่ BMO คาดทองคำเฉลี่ยครึ่งหลังปี 2026 ที่ 4,625 เหรียญ และยังมองว่าราคามีโอกาสกลับขึ้นเหนือ 5,000 เหรียญใน Q1/2027
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
● Flash Manufacturing PMI ออกมาที่ 57.0 สูงกว่าคาดการณ์ 53.6 และสูงกว่าครั้งก่อน 53.9
● Flash Services PMI ออกมาที่ 58.7 สูงกว่าคาดการณ์ 55.8 และสูงกว่าครั้งก่อน 56.5
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.55 จุด หรือ 0.55% มาอยู่ที่ระดับ 101.11 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 101.12 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้น 0.12 % มาอยู่ที่ระดับ 5.404% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.17 % มาอยู่ที่ระดับ 5.112% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.12 % มาอยู่ที่ระดับ 4.891% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.22%
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (23 ก.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ รวมทั้งความวิตกกังวลว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อาจยืดเยื้อ หลังจากประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ประกาศกลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ
● ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,511.59 จุด ลดลง 352.10 จุด หรือ -0.68%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,706.03 จุด ลดลง 58.61 จุด หรือ -0.75%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,936.04 จุด ลดลง 308.24 จุด หรือ -1.13%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (23 ก.ย.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาอาจยืดเยื้อ หลังจากประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ประกาศกลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ ซึ่งคำกล่าวของปธน.อิหร่านเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่าเขาอาจจะทำลายล้างอิหร่านให้สิ้นซาก
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.64 ดอลลาร์ หรือ 1.81% ปิดที่ 92.16 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 3.83 ดอลลาร์ หรือ 3.86% ปิดที่ 103.08 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
● อิหร่านกลับมามีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น แม้ยังเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อ โดยล่าสุด (23 ก.ย.) ประธานาธิบดี Masoud Pezeshkian กล่าวต่อที่ประชุม UNGA ว่าอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ และยังคงมีเงื่อนไขก่อนเปิดช่องแคบ Hormuz อีกครั้ง ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เคยส่งสัญญาณว่าอาจเปิดภายใน 7 วัน หากสหรัฐฯ ผ่อนแรงกดดัน ขณะที่ Marco Rubio ระบุว่าการหารือยังไม่มีความคืบหน้าครั้งสำคัญ
● ตลาดยังต้องจับตาพัฒนาการในช่วงที่เหลือของ UNGA โดย General Debate จะจัดต่อเนื่องถึงวันที่ 26 ก.ย. และกลับมาประชุมวันสุดท้ายในวันที่ 28 ก.ย. ซึ่งอาจมีคำแถลงหรือการหารือนอกรอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับสหรัฐฯ–อิหร่านและช่องแคบ Hormuz และสร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันและทองคำได้
● Trump ต้อนรับ Xi Jinping เดินทางเยือนสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี โดยสหรัฐฯ และจีนตกลงขยายช่วงพักรบทางการค้าไปถึง 10 ม.ค. 2027 จากเดิมที่จะสิ้นสุด 10 พ.ย. ช่วยลดความเสี่ยงต่อการกลับมาใช้มาตรการภาษีรุนแรงระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคาดหวังต่อข้อตกลงวงกว้างค่อนข้างจำกัด เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างในประเด็น Rare Earth ชิป ไต้หวัน และความสัมพันธ์ของจีนกับอิหร่าน ขณะที่การหารืออาจนำไปสู่ข้อตกลงเฉพาะด้านเพิ่มเติม
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 33.45 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.26 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับอยู่ที่ 33.30 บาท แนวต้าน 33.60 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
