
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
ราคาทองคำตลาดโลกปิดบวกในวันศุกร์ และปรับขึ้นเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 4 สัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อ รวมถึงแรง Short Covering จากนักลงทุนที่ปิดสถานะขาย หลังราคาทองคำฟื้นตัว
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 35.2 เหรียญ หรือ 0.81% มาอยู่ที่ระดับ 4,378.39 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,367.05 เหรียญ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 25.20 ดอลลาร์ หรือ 0.57% ปิดที่ 4,424.90 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 0.96 เหรียญ หรือ 1.47% มาอยู่ที่ระดับ 66.24 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 66.39 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 4.28 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,057.12 ตัน ภาพรวมเดือนกันยายนซื้อเข้า 14.77 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 14.88 ตัน
Kitco วิเคราะห์ว่า แม้ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และ Kevin Warsh ส่งสัญญาณ Hawkish แต่ทองคำยังยืนเหนือ 4,300 เหรียญและหยุดการปรับลง 3 สัปดาห์ติดต่อกันได้ สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักกับ ปัญหาหนี้และการคลังของสหรัฐฯ มากขึ้น ซึ่ง Fed ไม่สามารถแก้ไขได้โดยตรง จึงยังมีแรงซื้อรองรับทองคำ ขณะที่ราคาน้ำมันลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ช่วยผ่อนแรงกดดันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม US 10Y Yield กลับขึ้นใกล้ 5% และตลาดยังให้น้ำหนักราว 55% ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนต.ค. ซึ่งยังจำกัด Upside ของทองคำในระยะสั้น
ผลสำรวจ Kitco News Gold Survey ประจำสัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์จาก Wall Street ทั้งหมด 100% มองว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ไม่สามารถหยุดแรงส่งขาขึ้นของทองคำได้
SocGen ยังคงมุมมองบวกต่อทองคำใน Q4/2026 จากแรงซื้อของธนาคารกลาง ความกังวลต่อหนี้และฐานะการคลังสหรัฐฯ แนวโน้มดอลลาร์อ่อนค่า Real Yield ที่ลดลง และ Fund Flow ที่กลับเข้าสู่ Gold ETF โดยคาดราคาทองคำที่ 4,750 เหรียญใน Q4/2026, 5,000 เหรียญใน Q2/2027 และ 5,250 เหรียญใน Q3/2027
Goldman Sachs ยังคงมุมมองบวกต่อทองคำ แม้ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย โดยมองว่านโยบายการเงินที่ตึงตัวจะทำให้ราคาทองคำขึ้นช้าลง มากกว่าจะทำให้แนวโน้มขาขึ้นสิ้นสุด พร้อมคงเป้าหมาย 5,400 เหรียญ ณ สิ้นปี 2027 และปรับประมาณการสิ้นปี 2026 ลงเหลือ 4,650 เหรียญ จากเดิม 4,900 เหรียญ
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.02 จุด หรือ -0.02% มาอยู่ที่ระดับ 100.22 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 5.327% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 5.0% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.08 % มาอยู่ที่ระดับ 4.756% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.24%
BOJ มีมติ 7 ต่อ 2 ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 1.25% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995 หรือในรอบ 31 ปี เพื่อรับมือความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงเกินเป้าหมาย 2% โดยหลังประกาศ เยนอ่อนค่าลงสู่ 156.64 เยนต่อดอลลาร์ และ Bond Yield ญี่ปุ่นอายุ 10 ปีลดลงสู่ 2.947% ขณะที่ตลาดส่วนใหญ่คาดการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ไว้แล้ว
Financial Times รายงานว่า มูลค่า U.S. Treasury ที่นักลงทุนจีนถือครองลดลงเหลือ 618 billion ในเดือน ก.ค. จากจุดสูงสุดกว่า 1.3 trillion ในปี 2013 ทำระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2008 หรือในรอบประมาณ 18 ปี สะท้อนแนวโน้มที่จีนทยอยลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่นมากขึ้น นักวิเคราะห์มองว่า จีนกำลังกระจายการลงทุนออกจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ไปยัง ทองคำ หุ้น และสินทรัพย์อื่น มากขึ้น โดยแนวโน้มดังกล่าวเร่งตัวต่อเนื่องหลังสหรัฐฯ อายัดทุนสำรองของรัสเซียในปี 2022
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (18 ก.ย.) หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งทะลุ 5% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบลดช่วงบวกก่อนหน้านี้ แต่ยังยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,682.64 จุด ลดลง 95.40 จุด หรือ -0.18%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,650.50 จุด เพิ่มขึ้น 12.74 จุด หรือ +0.17%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,522.55 จุด เพิ่มขึ้น 104.25 จุด หรือ +0.39%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (18 ก.ย.) หลังจีนดำเนินการตามคำร้องขอของซาอุดีอาระเบีย ด้วยการเรียกร้องให้อิหร่านจำกัดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบียที่ดำเนินการโดยกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งการโจมตีดังกล่าวได้สร้างความเสี่ยงต่อเส้นทางส่งออกน้ำมันแห่งที่ 2 ในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 1.61 ดอลลาร์ หรือ 1.58% ปิดที่ 100.30 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 95 เซนต์ หรือ 0.91% ปิดที่ 103.87 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
Reuters รายงานว่า ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ขณะที่กลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบียและรุกคืบใกล้ช่องแคบ Bab el-Mandeb ซึ่งเมื่อรวมกับการปิดกั้นการเดินเรือส่วนใหญ่ในช่องแคบ Hormuz ของอิหร่าน ทำให้เส้นทางส่งออกพลังงานสำคัญในตะวันออกกลางถูกจำกัดพร้อมกัน และเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน ขณะที่ Trump ยังเปิดกว้างต่อการเจรจากับอิหร่าน
CNN รายงานว่า มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เงินเฟ้อ และปัญหาเศรษฐกิจภายในกำลังกดดันระบบสาธารณสุขอิหร่านอย่างหนัก ทำให้ยาราว 800 รายการ ขาดแคลนและราคาสูงขึ้น แม้อิหร่านผลิตยาได้มากกว่า 97% ในประเทศ แต่ยังต้องพึ่งวัตถุดิบและยาบางประเภทจากต่างประเทศ ขณะที่ข้อจำกัดด้านการเงินยิ่งกดดันห่วงโซ่อุปทานยา
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนเตรียมหารือกันในวันนี้ที่นิวยอร์ก นำโดย Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และ He Lifeng รองนายกรัฐมนตรีจีน เพื่อเตรียมประเด็นก่อนการพบกันระหว่าง Donald Trump และ Xi Jinping ในวันที่ 24 ก.ย. โดยคาดว่าจะหารือเรื่อง การค้า ภาษี Rare Earths, AI และประเด็นเกี่ยวกับอิหร่าน
สหรัฐฯ และเดนมาร์กบรรลุกรอบข้อตกลงด้านความมั่นคงเกี่ยวกับ กรีนแลนด์ ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มบทบาทและกำลังทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอาร์กติก ขณะที่กรีนแลนด์ยังคงอยู่ภายใต้อธิปไตยของเดนมาร์ก โดย Donald Trump ระบุว่าข้อตกลงจะทำให้สหรัฐฯ มี “การควบคุมถาวรด้านความมั่นคง” บนเกาะแห่งนี้ ด้านเดนมาร์กและกรีนแลนด์แสดงท่าทีเชิงบวกต่อข้อตกลง และคาดว่าจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการในช่วงการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติสัปดาห์นี้
ยูเครนเปิดฉากโจมตีรัสเซียครั้งใหญ่ด้วยโดรนมากกว่า 1,000 ลำ ในคืนวันที่ 20 ก.ย. โดยมีหลายร้อยลำมุ่งหน้าไปยังกรุงมอสโก และมีรายงานว่า โรงกลั่นน้ำมันมอสโกได้รับความเสียหาย ขณะที่ยูเครนระบุว่าเป้าหมายหลักคือ โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและโลจิสติกส์ ส่วนรัสเซียระบุว่าสามารถยิงสกัดโดรนได้กว่า 1,110 ลำทั่วประเทศ
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.34 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 33.32 บาทต่อดอลลาร์กรอบค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 33.25-33.45 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
