สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 18 กันยายน 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● ราคาทองคำปิดบวกในวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) โดยระหว่างวันขึ้นไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,380 เหรียญ ขณะที่เช้าวันนี้ยังคงทรงตัวเหนือระดับ 4,350 เหรียญ หลังแรงกดดันจากดอลลาร์ Bond Yield และราคาน้ำมันผ่อนคลายลงพร้อมกัน โดยราคาน้ำมันชะลอตัวจากความกังวลด้านอุปทานที่ลดลง หลังซาอุดีอาระเบียเพิ่มการขนส่งน้ำมันดิบไปยังเอเชียผ่านโอมาน และตลาดคาดว่าท่อ East-West Pipeline อาจกลับมาใช้งานได้เร็วกว่าที่กังวล ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ
● ขณะเดียวกัน ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง โดยเมื่อวานปรับลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 100.02 ขณะที่ US 10Y Yield ลดลงจากบริเวณ 5.01% มาอยู่แถว 4.93% ช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองคำและหนุนแรงซื้อกลับ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังจับตาทิศทางดอกเบี้ยของ Fed หลังเพิ่งขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณว่าอาจปรับขึ้นเพิ่มเติม โดย CME FedWatch ให้น้ำหนักราว 54% ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนต.ค. ซึ่งยังเป็นปัจจัยกดดันทองคำในระยะสั้น
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 12.20 ดอลลาร์ หรือ 0.28% ปิดที่ 4,399.70 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 81.75 เหรียญ หรือ 1.92% มาอยู่ที่ระดับ 4,341.84 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,360 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 2.22 เหรียญ หรือ 3.52% มาอยู่ที่ระดับ 65.19 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 65.74 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.86 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,052.84 ตัน ภาพรวมเดือนกันยายนซื้อเข้า 10.49 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 19.16 ตัน
● ซีอีโอของ Morton Wealth มองว่าทองคำยังเหมาะเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เนื่องจากความเสี่ยงหลักของตลาดไม่ได้อยู่แค่การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed แต่รวมถึง หนี้และการขาดดุลการคลังของสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น ต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่ม และความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์ในระยะยาว ซึ่งหากตลาดพันธบัตรเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่น ปัจจัยเหล่านี้จะยิ่งหนุนบทบาทของทองคำในฐานะ Safe Haven
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.03 จุด หรือ -0.03% มาอยู่ที่ระดับ 100.24 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 100.22 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวลดลง -0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 5.289%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 4.939% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.677% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.26%
● อินเดียซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สุทธิ 15.2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มจาก 3.39 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. แรงซื้อเพิ่มขึ้นจาก เงินทุนต่างชาติไหลเข้าอินเดียจำนวนมาก ผ่านมาตรการพิเศษของธนาคารกลางอินเดีย ส่งผลให้มูลค่าการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของอินเดีย สูงสุดในรอบ 10 เดือน
● BoE มีมติ 6 ต่อ 3 ให้คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตามคาด พร้อมระงับการขายพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษเป็นเวลา 6 เดือน และยุติการขายพันธบัตรระยะยาว หลัง Bond Yield อายุ 30 ปีพุ่งแตะ 5.96% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 1998 อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อและดันเงินเฟ้อสูงขึ้น BoE อาจจำเป็นต้องกลับมาใช้นโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น ขณะที่ตลาดจับตา BOJ ซึ่งมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 1.25%
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและต้นทุนทางการเงิน
● ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,778.04 จุด เพิ่มขึ้น 316.14 จุด หรือ +0.61%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,637.76 จุด เพิ่มขึ้น 85.95 จุด หรือ +1.14%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,418.30 จุด เพิ่มขึ้น 439.87 จุด หรือ +1.69%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) หลังมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียตัดสินใจเพิ่มปริมาณการจัดส่งน้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่นน้ำมันในเอเชียผ่านทางประเทศโอมาน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 52 เซนต์ หรือ 0.51% ปิดที่ 101.91 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 1.01 ดอลลาร์ หรือ 0.95% ปิดที่ 104.82 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
● Reuters รายงานว่า Donald Trump ยังคงกดดัน NATO ให้ยุโรปเพิ่มภาระด้านกลาโหม พร้อมทบทวนกำลังทหารสหรัฐฯ ในยุโรป แม้ปัจจุบันยังมีทหารและบุคลากรมากกว่า 81,000 นาย ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้ยุโรปเร่งเพิ่มงบกลาโหมและลดการพึ่งพาอาวุธสหรัฐฯ โดยอย่างน้อย 8 ประเทศ เริ่มกระจายการจัดซื้อ ขณะเดียวกัน NATO กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรับมือสงครามยุคใหม่
● จีนขอให้อิหร่านช่วยควบคุมกลุ่มฮูตี หลังซาอุดีอาระเบียร้องขอความช่วยเหลือจากปักกิ่ง เนื่องจากการรุกคืบของฮูตีบริเวณทะเลแดงและ Bab el-Mandeb เพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางพลังงานสำคัญของจีน ขณะที่อิหร่านระบุว่าเสถียรภาพในภูมิภาคขึ้นอยู่กับการยุติสงครามกับสหรัฐฯ–อิสราเอล และยังไม่ชัดเจนว่าจะดำเนินการตามที่จีนร้องขอหรือไม่
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ 33.36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ มองกรอบวันนี้ที่ 33.15-33.45
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ