สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 14 สิงหาคม 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไร หลังจากราคาพุ่งขึ้นติดต่อกันหลายวันก่อนหน้านี้ อันเนื่องจากมาจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมในเดือนหน้า
สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 47.10 ดอลลาร์ หรือ 1.05% ปิดที่ 4,420.40 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -54.52 เหรียญ หรือ -1.24% มาอยู่ที่ระดับ 4,351.27 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,320.73 เหรียญ
ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -0.9 เหรียญ หรือ -1.38% มาอยู่ที่ระดับ 64.43 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 64.0 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,023.24 ตัน ภาพรวมเดือนสิงหาคมซื้อเข้า 15.37 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 48.77 ตัน
นักวิเคราะห์จาก StoneX ให้ความเห็นว่า ระดับ 4,500 ดอลลาร์ถือเป็นแนวต้านสำคัญของราคาทองคำ ซึ่งราคาได้พุ่งขึ้นไปแตะระดับนี้ถึงสองครั้งและดิ่งลงจากจุดนั้น โดยขณะนี้นักลงทุนมีความกังวลเมื่อราคาเข้าใกล้ระดับ 4,500 ดอลลาร์
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) กลับมาลงทุนในทองคำเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ผ่านกองทุน ETF ทองคำในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรายงานที่ยื่นต่อ SEC ระบุว่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 BOK ถือครองหุ้น SPDR Gold Trust จำนวน 679,765 หุ้น มูลค่ากว่า 250 ล้านดอลลาร์ โดย ETF ทองคำดังกล่าวถูกนับรวมอยู่ในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของเกาหลีใต้
UBS มองทองระยะยาวยังแข็งแกร่ง ลุ้น 5,000 เหรียญครึ่งแรกปี 2027 แรงซื้อจากธนาคารกลางยังเป็นฐานสำคัญของตลาด โดยไตรมาส 2 ธนาคารกลางซื้อทองคำรวม 289 ตัน และ UBS คาดว่ายอดซื้อทั้งปี 2026 จะอยู่ที่ 750–1,000 ตัน จากแนวโน้มกระจายทุนสำรองออกจากสินทรัพย์สกุลดอลลาร์
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
Core PPI m/m ออกมาที่ 0.2% ต่ำกว่าคาดการณ์ 0.3% และต่ำกว่าครั้งก่อน 0.4%
PPI m/m ออกมาที่ 0.0% ต่ำกว่าคาดการณ์ 0.2% แต่สูงกว่าครั้งก่อน -0.1%
Unemployment Claims ออกมาที่ 209K สูงกว่าคาดการณ์ 202K และสูงกว่าครั้งก่อน 200K
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.01 จุด หรือ -0.01% มาอยู่ที่ระดับ 99.95 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.649% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.154% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.5%
หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐชะลอตัวลง ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. โดยล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 35% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งลดลงจากระดับ 40% ก่อนหน้านี้
นักเศรษฐศาสตร์หลายสถาบันวิเคราะห์ว่า เฟดอาจมีพื้นที่มากขึ้นในการคงดอกเบี้ยเดือนกันยายน แต่ยังไม่ปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยทั้งหมด เพราะเงินเฟ้อภาคบริการและราคาพลังงานยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ โดยรวมข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดช่วยหนุนภาพรวมตลาด ขณะข้อมูลเศรษฐกิจเดือนสิงหาคมจะเป็นตัวแปรสำคัญก่อนการประชุมเดือนกันยายน
Beth Hammack ประธาน Fed Cleveland หนุนการขึ้นดอกเบี้ยทันที เพื่อสกัดเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย หลังมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ภาคธุรกิจยังมีความต้องการกู้เงินและลงทุนต่อเนื่อง
Tom Barkin ประธาน Fed Richmond ส่งสัญญาณเป็นกลาง โดยมองว่ายังไม่ชัดว่า Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะแรงกดดันเงินเฟ้อบางส่วนอาจทยอยคลี่คลาย ขณะที่ดอกเบี้ยปัจจุบันอาจเข้มงวดเพียงพอแล้ว
อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านนโยบายค่าเงินของญี่ปุ่น มองว่าเงินเยนอ่อนค่าเกินไป และญี่ปุ่น–สหรัฐฯ อาจเข้าแทรกแซงค่าเงินอีกได้ทุกเมื่อ เขาคาดว่า BOJ ควรขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และอาจเร่งขึ้นอีกในเดือนธ.ค.หรือม.ค. โดยมีเป้าหมายดอกเบี้ยระยะต่อไปราว 1.5%–1.75% ปัจจุบันตลาดให้น้ำหนัก 76% ว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยเดือนก.ย. เพิ่มขึ้นจาก 24% เมื่อปลายเดือนก.ค.
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทำที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลาดได้แรงหนุนจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. นอกจากนี้ แรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการชะลอตัวลงของราคาน้ำมันยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาด
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 53,839.99 จุด เพิ่มขึ้น 69.72 จุด หรือ +0.13%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,798.99 จุด เพิ่มขึ้น 50.49 จุด หรือ +0.65%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,803.03 จุด เพิ่มขึ้น 214.54 จุด หรือ +0.81%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) โดยถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอุปสงค์ที่อ่อนแอ หลังจากทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ต่างก็ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปี 2569 นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างมาก ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่ซบเซาลงเช่นกัน
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 2.02 ดอลลาร์ หรือ 2.43% ปิดที่ 81.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 1.91 ดอลลาร์ หรือ 2.15% ปิดที่ 87.07 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านได้ อย่างไม่มีกำหนด ด้วยการหมุนเวียนเรือรบเข้าออกพื้นที่ หลังการเจรจาหยุดยิงยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้
ด้าน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตรียมเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยระบุว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมประกาศในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจ เพิ่มข้อจำกัดและแรงกดดันต่อระบบเศรษฐกิจของอิหร่านอย่างรุนแรง
ขณะที่อิหร่านยืนยันว่า เรือพาณิชย์และเรือบรรทุกน้ำมันจะผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับของอิหร่าน สวนทางกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยืนยันว่าสหรัฐฯ ควบคุมช่องแคบได้อย่างเบ็ดเสร็จ และจะยังคงกำลังทหารไว้ในพื้นที่ต่อไป
กลุ่มฮูตีได้ใช้โดรน 2 ลำโจมตีโรงกลั่นของบริษัท Saudi Aramco ในเมืองจาซานของซาอุดีอาระเบียในวันพฤหัสบดี โดยโรงกลั่นแห่งนี้มีกำลังการผลิตน้ำมันดีเซลชนิดกำมะถันต่ำในปริมาณ 250,000 บาร์เรลต่อวัน
ในขณะที่เช้าวันนี้ เรือของ UAE จำนวน 2 ลำถูกโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือยังคงอยู่ในระดับสูง
Reuters อ้างแหล่งข่าวว่า UAE อาจปลดล็อกเงินให้อิหร่านอย่างน้อย 1 หมื่นล้านดอลลาร์ และอาจสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ข้อตกลงมีเป้าหมายให้อิหร่านยุติการโจมตี UAE และฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม UAE ปฏิเสธรายงานการโอนเงินอย่างเด็ดขาด ทำให้รายละเอียดข้อตกลงยังต้องรอการยืนยัน
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.17 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.14 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.10-33.30 บาท/ดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ