
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (12 ส.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 26.40 ดอลลาร์ หรือ 0.59% ปิดที่ 4,467.50 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 36.17 เหรียญ หรือ 0.83% มาอยู่ที่ระดับ 4,408.52 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,433.04 เหรียญ
ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 0.67 เหรียญ หรือ 1.04% มาอยู่ที่ระดับ 65.33 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 65.94 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.14 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,025.81 ตัน ภาพรวมเดือนสิงหาคมซื้อเข้า 17.94 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 46.20 ตัน โดยนับเป็นการซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 7
สมาคมทองคำจีน (CGA) ระบุว่า การบริโภคทองคำของจีนในช่วงครึ่งแรกปี 2026 เพิ่มขึ้น 1.23% สู่ 511.41 ตัน โดยแรงซื้อเพื่อการลงทุนเป็นปัจจัยหนุนหลัก ความต้องการทองแท่งและเหรียญทองพุ่ง 28.42% ขณะที่ความต้องการทองรูปพรรณลดลง 33.88% จากราคาทองที่อยู่ในระดับสูง
ขณะที่ผู้ก่อตั้ง Commodity Discovery Fund วิเคราะห์ว่า จีนยังเป็นผู้ซื้อทองคำในช่วงที่ราคาปรับตัวลงอย่างจริงจัง และมองว่าการที่ธนาคารจีนบางแห่งจำกัดการซื้อขายทองผ่าน Shanghai Gold Exchange อาจเป็นการผลักดันผู้ลงทุนจากการเก็งกำไรในสินทรัพย์กระดาษไปสู่การถือครองทองคำจริงมากขึ้น
สมาคมตลาดทองคำลอนดอน (LBMA) เผยผลสำรวจนักวิเคราะห์ ในเดือนกรกฎาคม พบว่าคาดการณ์ราคาทองคำปลายปี 2026 โดยเฉลี่ยอยู่ใกล้ 4,500 เหรียญ ขณะที่กรอบคาดการณ์ในช่วงครึ่งปีหลังมีจุดสูงสุดตั้งแต่ 4,872–5,800 เหรียญ สะท้อนว่านักวิเคราะห์ยังมองว่าตลาดมีโอกาสผันผวนได้มาก โดยทิศทาง Fed ภูมิรัฐศาสตร์ และแรงซื้อจากธนาคารกลางยังเป็นตัวแปรหลักที่ต้องติดตาม
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
Core CPI m/m ออกมาที่ 0.2% เท่ากับคาดการณ์ 0.2% และสูงกว่าครั้งก่อน 0.0%
Core CPI y/y ออกมาที่ 2.5% เท่ากับคาดการณ์ 2.5% และต่ำกว่าครั้งก่อน 2.6%
CPI m/m ออกมาที่ 0.1% เท่ากับคาดการณ์ 0.1% และสูงกว่าครั้งก่อน -0.4%
CPI y/y ออกมาที่ 3.4% เท่ากับคาดการณ์ 3.4% และต่ำกว่าครั้งก่อน 3.5%
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (13 ส.ค.) เพื่อประเมินทิศทางเงินเฟ้อและแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด.
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.17 จุด หรือ 0.17% มาอยู่ที่ระดับ 99.98 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง มาอยู่ที่ระดับ 4.684% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.188% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.5%
Bloomberg รายงาน สหรัฐฯ เปิดประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี มูลค่า 42,000 ล้านดอลลาร์ ที่อัตราผลตอบแทน 4.683% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ผลตอบแทนที่สูงขึ้นสะท้อนว่าอุปสงค์นักลงทุนต่ำกว่าคาด และนักลงทุนต้องการผลตอบแทนเพิ่มเพื่อชดเชยความเสี่ยง จากการถือครองหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง
นักเศรษฐศาสตร์จาก Natixis ประเมินว่า Fed ยังมีโอกาสหลีกเลี่ยงการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้เนื่องจากเงินเฟ้อยังค่อย ๆ ลดลง ภาคการบริโภคชะลอตัว และตลาดแรงงานมีความเปราะบางมากขึ้น ซึ่งข้อมูล CPI ล่าสุดสนับสนุนมุมมองของ Natixis ที่ว่า Fed มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานขึ้น
ประธานนักยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของ Morgan Stanley Wealth Management มองว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่เป็นไปตามคาดช่วยสนับสนุนมุมมองว่า Fed “ยังไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย” และหากข้อมูลรอบถัดไปไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ Fed มีแนวโน้ม คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
ขณะที่ CME fedwatch tool ประเมินการประชุมเฟดวันที่ 16 ก.ย. ตลาดให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น 60% ว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ 3.50%–3.75% ขณะที่โอกาสขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ลดลงเหลือเพียง 40%
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเล็กน้อยในวันพุธ (12 ส.ค.) ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 53,770.27 จุด ลดลง 21.58 จุด หรือ -0.04%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,748.50 จุด เพิ่มขึ้น 20.30 จุด หรือ +0.26%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,588.49 จุด เพิ่มขึ้น 143.04 จุด หรือ +0.54%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (12 ส.ค.) หลังมีรายงานการโจมตีเรือในตะวันออกกลาง และการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังคงชะงักงัน อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยถูกกดดันจากการที่ทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปี 2569
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 7 เซนต์ หรือ 0.08% ปิดที่ 83.27 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 7 เซนต์ หรือ 0.08% ปิดที่ 88.98 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลการค้า ระบุว่า จำนวนเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยในช่วง 5 วันอยู่ที่ประมาณ 13 ลำ ณ วันอังคาร (11 ส.ค.) ซึ่งเกือบแตะระดับใกล้เคียงจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือน โดยตัวเลขดังกล่าวรวมเรือทุกประเภท ตั้งแต่เรือขนส่งสินค้าไปจนถึงเรือบรรทุกน้ำมัน
(12 ส.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ ยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเบ็ดเสร็จและจะคงกำลังทหารในพื้นที่ต่อไป ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าช่องแคบยังปิดและจะไม่เปิดจนกว่าสหรัฐฯ จะยอมรับเงื่อนไข โดยการเจรจาเพื่อฟื้นข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวเดือนมิ.ย. ยังไม่มีความคืบหน้า สะท้อนว่าความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย
ซาอุดีอาระเบียเร่งสร้างพันธมิตรด้านความมั่นคงกับตุรกี–ปากีสถานและแนวร่วมทะเลแดง เพื่อป้องปรามอิหร่านและกลุ่มฮูตี โดยพยายามเพิ่มขีดความสามารถในการตอบโต้ ขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ
ประธานาธิบดี Donald Trump ถูกยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์ก หลัง Truth Social เปิดบริการให้สมาชิกที่จ่ายสูงสุด 100,000 ดอลลาร์ต่อเดือน รับแจ้งเตือนโพสต์ที่อาจกระทบตลาดล่วงหน้าก่อนสาธารณะ ซึ่งมองว่าบริการดังกล่าวอาจเปิดทางให้ผู้จ่ายเงินเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาลและมีผลต่อตลาดก่อนผู้อื่น
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 33.08 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันอังคารที่ระดับ 33.20 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.00-33.30 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
