สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 7 สิงหาคม 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● ราคาทองคำตลาดโลกอ่อนตัวเล็กน้อยหลังพุ่งแรงในวันก่อนหน้า ประเมินว่านักลงทุนบางส่วนขายทำกำไร ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ดัชนีดอลลาร์ขยับแข็งค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กลับมาพุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง หลังจากอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายที่จะห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
● สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5.60 ดอลลาร์ หรือ 0.13% ปิดที่4,299.60 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -8.75 เหรียญ หรือ -0.21% มาอยู่ที่ระดับ 4,240.75 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,232.03 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -0.55 เหรียญ หรือ -0.89% มาอยู่ที่ระดับ 61.51 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 61.22 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,014.72 ตัน ภาพรวมเดือนสิงหาคมซื้อเข้า 6.85 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 57.29 ตัน
● หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ MarketGauge ระบุว่า การแทรกแซงค่าเงินเยนของญี่ปุ่นเป็น “ตัวจุดประกาย” ให้ทองคำฟื้นตัว สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความน่าเชื่อถือของนโยบายและเสถียรภาพระบบการเงิน แม้ดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ 4.6%–4.7% ยังเป็นแรงกดดัน
● BCA Research มองว่า การปรับฐานของทองคำอาจใกล้สิ้นสุด หลังแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงและดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มคลี่คลาย ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดส่วนใหญ่ถูกสะท้อนในราคาแล้ว โดยแม้ราคาน้ำมันอาจกระตุ้นเงินเฟ้ออีกครั้ง แต่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะปรับขึ้นเพียงชั่วคราว จึงมองว่าทองคำไม่จำเป็นต้องรอเฟดลดดอกเบี้ย พร้อมแนะนำเริ่มสะสมและตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 3,900 เหรียญ
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.3 จุด หรือ 0.3% มาอยู่ที่ระดับ 99.96 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 4.68% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 4.251% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.43%
● อัลเบอร์โต มูซาเล็ม ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ เปิดเผยว่า เขาสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% โดยวิเคราะห์ว่า การขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความผันผวนและต้นทุนทางเศรษฐกิจได้ดีกว่าการเร่งปรับนโยบายในภายหลัง ซึ่งสอดคล้องกับเจ้าหน้าที่เฟดรายอื่น ทั้ง ลิซ่า คุก ผู้ว่าการเฟด และ ประธานเฟด สาขามินนิอาโปลิส ที่แสดงความเห็นการสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในวันก่อนหน้า
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) หลังจากราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนประเมินรายงานผลประกอบการล่าสุดของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 53,885.10 จุด ลดลง 464.02 จุด หรือ -0.85%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,709.96 จุด ลดลง 13.59 จุด หรือ -0.18%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,348.35 จุด ลดลง 15.09 จุด หรือ -0.06%
● นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ค. จากครั้งก่อนที่ 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% ในเดือนก.ค.
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) หลังมีข่าวว่าคณะกรรมาธิการรัฐสภาอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายที่จะห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจะปรับผู้ฝ่าฝืนเป็นวงเงินถึง 1 ใน 5 ของมูลค่าสินค้าที่บรรทุก
● สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 2.07 ดอลลาร์ หรือ 2.75% ปิดที่ 77.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 3.04 ดอลลาร์ หรือ 3.83% ปิดที่ 82.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
● สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่าน รายงานว่า คณะกรรมาธิการรัฐสภาอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายเบื้องต้นเพื่อห้ามเรือของสหรัฐฯ อิสราเอล และเรือของประเทศอื่น ๆ ที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่าน ไม่ให้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งเปรียบเทียบปรับผู้ฝ่าฝืนข้อบังคับดังกล่าวในอัตราสูงถึง 20% ของมูลค่าสินค้า
● อิหร่านและโอมานใกล้บรรลุกรอบข้อตกลงเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังไม่เปิดช่องแคบโดยอัตโนมัติ ขณะที่อิหร่านยังปฏิเสธการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเตรียมรับมือการโจมตีจากกองกำลังอิรักและกลุ่มฮูตี ภายใต้การสนับสนุนของอิหร่าน โดยเป้าหมายอาจรวมถึงโรงงานพลังงาน ท่าเรือ และสนามบิน
● รอยเตอร์รายงงานว่า ทางเลือกสำคัญของทรัมป์ขณะนี้คือ ยอมรับข้อตกลงชั่วคราวระหว่างอิหร่านกับโอมาน เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้อิหร่านมีบทบาทในการกำกับเรือที่ผ่านช่องแคบมากขึ้น หรือเลือก ยกระดับการโจมตีทางทหารอีกระลอก ซึ่งเสี่ยงทำให้สงครามยืดเยื้อและสร้างต้นทุนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน
● โจนาธาน พานิคอฟฟ์ อดีตรองเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯ ประจำตะวันออกกลาง ระบุว่า จีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือกำลังจับตาสงครามนี้อย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์กำลังสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของกำลังและอำนาจต่อรองของสหรัฐฯ ในอนาคต
● ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวานนี้ (6 ส.ค.) เพื่อกำหนดราคานำเข้าขั้นต่ำและเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 15% สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโพลีซิลิคอน (Polysilicon) ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่ใช้ในเซมิคอนดักเตอร์และแผงโซลาร์เซลล์ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาแหล่งผลิตต่างประเทศ
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.06 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับอยู่ที่ 33.00 บาท แนวต้าน 33.30 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ