
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 100 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ผลักดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นและอาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
● สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 101.70 ดอลลาร์ หรือ 2.45% ปิดที่ 4,050.20 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -69.86 เหรียญ หรือ -1.7% มาอยู่ที่ระดับ 4,049.78 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,043.5 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -2.0 เหรียญ หรือ -3.35% มาอยู่ที่ระดับ 57.62 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 57.58 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.43 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,009.30 ตัน ภาพรวมเดือนกรกฎาคมซื้อเข้า 4.22 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 62.71 ตัน
● คริส แกฟฟ์นีย์ ประธานฝ่ายตลาดโลกของ EverBank ระบุว่า แม้ราคาทองคำยังแกว่งตัวใกล้ระดับ 4,000 เหรียญ แต่แรงขายที่เกิดขึ้นเป็นการขายทำกำไร ใช่การเทขายจากความตื่นตระหนกหรือปัญหาสภาพคล่อง แกฟฟ์นีย์มองว่า ภาวะตลาดปัจจุบันยังถือว่าแข็งแรง และนักลงทุนที่ทยอยสะสมทองคำบริเวณราคานี้ อาจได้รับผลตอบแทนที่ดีในช่วง 1 ปีข้างหน้า
● จอห์น พอลสัน ผู้ก่อตั้ง Paulson & Co. มองว่า ตลาดกระทิงทองคำยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น จากแรงซื้อของธนาคารกลางและความเชื่อมั่นต่อเงินกระดาษที่ลดลง โดยเขามองว่าหุ้นเหมืองทอง โดยเฉพาะบริษัทสำรวจระยะเริ่มต้น มีโอกาสสร้างผลตอบแทนมากกว่าทองคำแท่ง
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.32 จุด หรือ 0.32% มาอยู่ที่ระดับ 101.44 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 101.37 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.697% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 4.35% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.35%
● นักเศรษฐศาสตร์จาก Natixis คาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม และมีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ยต่อเนื่องตลอดปี 2026 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสงครามอิหร่าน ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ อาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวและเพิ่มโอกาสที่เฟดจะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยฃ
● Wells Fargo Investment Institute ระบุว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันสูงขึ้น อาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว ส่งผลให้เฟดชะลอการลดดอกเบี้ย หรืออาจต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ย แม้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะปกติในที่สุด แต่สถานการณ์อาจแย่ลงก่อนดีขึ้น
● ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25% แต่คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB เตือนว่า ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจทำให้เงินเฟ้ออยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% จนถึงครึ่งแรกปี 2027 ตลาดจึงเริ่มคาดว่า ECB อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกันยายน หากแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย ทั้งนี้ ECB ย้ำว่าพร้อมใช้นโยบายเข้มงวดเพิ่มเติม หากราคาพลังงานส่งผลต่อเงินเฟ้อในวงกว้าง
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 500 จุดในวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 2% เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันทำให้ตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและได้ผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ รายงานผลประกอบการล่าสุดของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังจุดชนวนความวิตกกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายมูลค่ามหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,711.65 จุด ลดลง 506.93 จุด หรือ -0.97%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,408.30 จุด ลดลง 90.66 จุด หรือ -1.21%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,137.69 จุด ลดลง 553.21 จุด หรือ -2.15%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งกว่า 6% ในวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียสองลำในทะเลแดง ส่งผลให้ภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันทั่วโลกทวีความรุนแรงขึ้น
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 5.36 ดอลลาร์ หรือ 6.17% ปิดที่ 92.19 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 6.62 ดอลลาร์ หรือ 7.04% ปิดที่ 100.69 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
● กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 13 ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่ายังไม่พร้อมเจรจาหยุดยิง โดยระบุว่าอิหร่าน “ยังต้องเจอแบบเดิมอีก” หลังความขัดแย้งทวีความรุนแรงและลุกลามสู่เส้นทางเดินเรือสำคัญ
● ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เดินหน้ามาตรการภาษีรอบใหม่ หลังศาลฎีกาสกัดภาษีชุดเดิม โดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10%–12.5% จากคู่ค้าราว 60 แห่ง ภายใต้กฎหมาย Section 301 โดยอ้างเหตุการใช้แรงงานบังคับ ขณะที่น้ำมัน ก๊าซ และสินค้าที่ไม่สามารถจัดหาได้ภายในประเทศได้รับการยกเว้นบางส่วน สำหรับไทยถูกเก็บภาษีในอัตรา 12.5% โดยมาตรการจะเริ่มมีผลตั้งแต่คืนนี้ (24 ก.ค.) และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้าและเงินเฟ้อสหรัฐฯ
● ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เพิ่มเงื่อนไขว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์กับซาอุดีอาระเบียจะมีผลก็ต่อเมื่อริยาดเข้าร่วม Abraham Accords และฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล พร้อมยืนยันว่าจะไม่อนุญาตให้ซาอุดีอาระเบียเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แม้ข้อตกลงจะลงนามไปแล้วก็ตาม
● เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ มองว่า หากสหรัฐฯ ไม่ร่วมพัฒนาโครงการนิวเคลียร์กับซาอุดีอาระเบีย ริยาดอาจหันไปพึ่งจีนหรือรัสเซียแทน ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ สูญเสียอิทธิพลด้านความปลอดภัย มาตรฐานการตรวจสอบ และผลประโยชน์ทางการค้าในภูมิภาค
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● ค่าเงินบาท เมื่อวานนี้เปิดตลาดที่ระดับ 33.77 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนปิดปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยที่ 33.85 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่เช้าวันนี้ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 33.82 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
