
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● ราคาทองคำตลาดโลกปิดพุ่งกว่า 1.7% ขณะที่ หลายสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน ทั้งน้ำมัน ดัชนีดอลลาร์ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ รวมถึงตลาดหุ้นสหรัฐ โดยทองคำและโลหะเงินได้รับแรงซื้อกลับ หลังร่วงลงแรงในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับเชิงเทคนนิคราคาทองคำสามารถประคองตัวเหนือแนวรับจิตวิทยา 4,000 เหรียญ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 60.50 ดอลลาร์ หรือ 1.51% ปิดที่ 4,076.40 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 69.22 เหรียญ หรือ 1.73% มาอยู่ที่ระดับ 4,077.33 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,120 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 2.31 เหรียญ หรือ 4.1% มาอยู่ที่ระดับ 58.78 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 59.32 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.28 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,005.87 ตัน ภาพรวมเดือนกรกฎาคมซื้อเข้า 0.79 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 66.14 ตัน
● Morgan Stanley มองว่าราคาทองคำอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยแรงซื้อจากธนาคารกลางช่วยพยุงตลาด แต่ ETF ยังเผชิญแรงขายจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ย นักวิเคราะห์คาดว่าเงินลงทุนใน ETF มีโอกาสไหลกลับ หากเฟดยุติการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ พร้อมมองว่าเฟดอาจกลับมาลดดอกเบี้ยในปีหน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
● ธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) ประกาศว่า ปริมาณทองคำสำรองของรัฐบาลรัสเซียอยู่ 2,282 ตัน ณ ต้นเดือนกรกฎาคม ลดลง 43.5 ตัน นับตั้งแต่ต้นปี และต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณและเพิ่มเงินสำรองต่างประเทศ โดยบางส่วนแลกเป็นเงินหยวน ขณะที่ความต้องการทองคำในประเทศพุ่งกว่า 350% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมปี 2025 จากแรงซื้อป้องกันความเสี่ยงค่าเงินรูเบิลและเศรษฐกิจไม่แน่นอน
● Wells Fargo มองว่าความเสี่ยงขาลงทองคำเริ่มจำกัด หลังราคาปรับฐานจากจุดสูงสุดกว่า 20% และตลาดสะท้อนความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้ว และคาดราคาสิ้นปี 2026 ที่ 5,300–5,500 เหรียญ ก่อนขึ้นสู่ 5,800–6,000 เหรียญในปี 2027
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.21 จุด หรือ 0.21% มาอยู่ที่ระดับ 101.19 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 101.14 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 4.634% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 4.264% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.37%
● ค่าเงินเยนอ่อนค่าทะลุ 163 เยนต่อดอลลาร์ แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 40 ปี หลังราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับสูงขึ้นหนุนดอลลาร์แข็งค่า ตลาดเริ่มจับตาความเป็นไปได้ที่รัฐบาลญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาด เพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกกว่า 300 จุดในวันอังคาร (21 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปได้ช่วยบดบังปัจจัยลบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและข้อพิพาทเรื่องภาษีศุลกากร ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,224.64 จุด เพิ่มขึ้น 385.38 จุด หรือ +0.74%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,509.20 จุด เพิ่มขึ้น 65.92 จุด หรือ +0.89%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,837.21 จุด เพิ่มขึ้น 329.13 หรือ +1.29%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 2% ในวันอังคาร (21 ก.ค.) เนื่องจากความกังวลว่าภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงโจมตีตอบโต้กัน และจากการที่กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.68 ดอลลาร์ หรือ 2.02% ปิดที่ 84.91 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.79 ดอลลาร์ หรือ 2.01% ปิดที่ 91.01 ดอลลาร์/บาร์เรล
● เรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบีย 2 ลำที่มุ่งหน้าไปจีนและอินเดียต้องกลับลำในทะเลแดง หลังกลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลและขู่โจมตีเรือที่ขนถ่ายน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
● โรงกลั่นน้ำมันในเอเชียเริ่มพิจารณาขนส่งน้ำมันดิบซาอุดีอาระเบียจากท่าเรือ Yanbu ผ่านคลองสุเอซและอ้อมแหลมกู๊ดโฮป หลังกลุ่มฮูตีขู่ปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย เส้นทางดังกล่าวอาจเพิ่มระยะเวลาขนส่งสูงสุด 4 สัปดาห์ พร้อมดันค่าระวางและต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น
ข่าวการเมือง
● กองทัพสหรัฐฯ เสร็จสิ้นการโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 11 โดยมุ่งเป้าศูนย์ปฏิบัติการทางทหาร ขีดความสามารถทางทะเล โรงเก็บเครื่องบินและโดรน เพื่อจำกัดภัยคุกคามต่อเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านและกลุ่มฮูตีขยายการโจมตีไปยังฐานทัพสหรัฐฯ และเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลาง
● ทรัมป์ขู่โจมตีฐานใต้ดิน “พิกแอ็กซ์” ซึ่งเชื่อมโยงกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในเร็วๆ นี้ แม้สหรัฐฯ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าอิหร่านย้ายอุปกรณ์นิวเคลียร์เข้าไปแล้ว ขณะที่อิสราเอลเชื่อว่าอาจมีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงบางส่วนไปยังพื้นที่ดังกล่าว
● สหรัฐฯ ใช้งบทำสงครามกับอิหร่านแล้วประมาณ 37.5 พันล้านดอลลาร์ โดยตัวเลขดังกล่าวรวมค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นถึงวันที่ 30 ก.ย. ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ขอเงินเพิ่มเติมจากสภาคองเกรสเกือบ 90 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับภารกิจทางทหาร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่พอใจของสมาชิกสภาคองเกรสก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
● สหรัฐฯ เตรียมประกาศภาษีนำเข้ารอบใหม่ หลังภาษีชั่วคราว 10% (Section 122) จะหมดอายุวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. นี้ โดยจะเปลี่ยนไปใช้ (Section 301) เป็นฐานกฎหมาย เบื้องต้นอาจเก็บภาษี 10% กับ 14 ประเทศและสหภาพยุโรป ขณะที่อีก 45 ประเทศ รวมถึงจีน อาจเผชิญอัตรา 12.5% มาตรการนี้อาจขยายไปยังประเทศที่ถูกมองว่ามีการอุดหนุนอุตสาหกรรมและผลิตเกินกำลัง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความตึงเครียดทางการค้าโลก
● ภาษีการค้ารอบใหม่ สหรัฐฯ เดินหน้าดึงฐานผลิตยากลับประเทศ ทรัมป์ประกาศยกเว้นภาษีนำเข้ายาสามัญ 2 ปี ก่อนที่จะปรับขึ้นเป็น 100% และ 200% ตามลำดับ เป้าหมายคือกดดันให้บริษัทยาเร่งลงทุนและตั้งโรงงานผลิตในสหรัฐฯ
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 33.73 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับอยู่ที่ 33.60 บาท แนวต้าน 33.90 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
