
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (20 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อนั้น อาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
● สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 2.90 ดอลลาร์ หรือ 0.07% ปิดที่ 4,015.90 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 12.02 เหรียญ หรือ 0.3% มาอยู่ที่ระดับ 4,007.59 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,030.64 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 0.78 เหรียญ หรือ 1.4% มาอยู่ที่ระดับ 56.4 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 56.99 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 4.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,003.59 ตัน ภาพรวมเดือนกรกฎาคมขายออก 1.49 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 68.42 ตัน
● ราคาทองคำและเงินฟื้นตัวเล็กน้อยจากแรงซื้อคืน หลังถูกเทขายหนักในสัปดาห์ก่อนอย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังถูกจำกัดจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น ดัชนีดอลลาร์แข็งค่า และราคาน้ำมันที่ทรงตัวระดับสูงจากความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซ ในเชิงเทคนิค ฝั่งขายยังได้เปรียบระยะสั้นเพราะราคายังไม่ผ่านแนวต้าน 4,040 เหรียญ หากทะลุ อาจเปิดทางไปทดสอบ 4,180–4,200 เหรียญ
● StoneX วิเคราะห์ว่า อัตราดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำและเงิน แม้ความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านจะรุนแรงขึ้น โดยแรงซื้อในเอเชียและอินเดียยังไม่เพียงพอชดเชยแรงขาย ทำให้ตลาดยังมีความเสี่ยงขาลง ขณะเดียวกัน เงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัวจากราคาพลังงานที่ยังสูงกว่าปีก่อน 24% และผลกระทบจากห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้กรรมการเฟดยังมีความเห็นแตกต่างกันระหว่างการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมกับการคงดอกเบี้ยไว้
● อัปเดตข้อมูลจาก World Gold Council ณ วันที่ 17 ก.ค. กองทุน ETF ทองคำทั่วโลกถือครองรวม 4,044.3 ตัน โดยในสัปดาห์ล่าสุด อเมริกาเหนือลดลง 3.0 ตัน เอเชียลดลง 1.4 ตัน ขณะที่ยุโรปเพิ่มขึ้น 3.9 ตัน ส่งผลให้ทั่วโลกลดลงสุทธิ 0.5 ตัน
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.19 จุด หรือ 0.19% มาอยู่ที่ระดับ 101.0 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.59% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.206% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.38%
● เบธ แฮมแม็ค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวก่อนการประชุมเฟดวันที่ 28–29 กรกฎาคม โดยระบุว่าเงินเฟ้อยังสูงเกินไป และอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เธอชี้ว่า ทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคกังวลต่อเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อมากขึ้น พร้อมคาดว่า Core PCE เดือนมิถุนายนอาจเพิ่มขึ้น 3.3% ขณะที่ตลาดแรงงานยังแข็งแกร่งใกล้ระดับจ้างงานสูงสุด
● ธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 28-29 ก.ค.
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (20 ก.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง Alphabet และ Intel
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,839.26 จุด ลดลง 307.16 จุด หรือ -0.59%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,443.28 จุด ลดลง 14.41 จุด หรือ -0.19%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,508.07 จุด ลดลง 12.17 จุด หรือ -0.05%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันจันทร์ (20 ก.ค.) หลังจากที่ปรับตัวผันผวนตลอดทั้งวัน โดยนักลงทุนประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ในขณะเดียวกันก็มีสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปิดช่องทางการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
● สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 83.23 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.12 ดอลลาร์ หรือ 1.27% ปิดที่ 89.22 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ด้านนักวิเคราะห์จาก Rystad Energy ให้ความเห็นว่า หากการหยุดยิงไม่เกิดขึ้นจริง และช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่กลุ่มฮูตีคุกคามการขนส่งในทะเลแดงในระดับที่รุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันก็มีแนวโน้มที่จะพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับกล่าวว่าน้ำมันของซาอุดีอาระเบียประมาณ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงจากภัยคุกคามของกลุ่มฮูตี
ข่าวการเมือง
● สงครามสหรัฐฯ–อิหร่านรอบใหม่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 10 ของการโจมตีต่อเนื่อง และความเสี่ยงเริ่มขยายจากช่องแคบฮอร์มุซไปสู่ทะเลแดง Reuters รายงานว่า กลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศ “ปิดล้อมทางทะเล” ต่อซาอุดีอาระเบียทันที เพื่อตอบโต้การปิดล้อมเยเมน ทำให้ความขัดแย้งเสี่ยงลามเป็นแนวรบใหม่บริเวณทะเลแดงและช่องแคบ Bab el-Mandeb ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันสำคัญของซาอุฯ และเส้นทางการค้าโลก.
● อย่างไรก็ตาม ยังมีความพยายามทางการทูตเพื่อดึงสองฝ่ายกลับสู่การเจรจา กาตาร์และปากีสถาน ซึ่งเป็นตัวกลางหลัก ได้เสนอให้อิหร่านและสหรัฐฯ หยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ขณะนี้ทรัมป์ยังให้ความสำคัญกับการตอบโต้ก่อน และยังไม่มีสัญญาณเปลี่ยนท่าที โดยจุดตึงเครียดสำคัญยังอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ
● ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภทจากแคนาดา 50% มูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์ โดยจะมีผลในอีก 30 วัน ด้านมณฑลหนึ่งในแคนนาดาเรียกร้องให้แคนาดาตอบโต้ในอัตราเท่ากัน เพิ่มความเสี่ยงสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างสองประเทศ
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากระดับปิดวันก่อนหน้า ประเมินเงินบาทระยะสั้นยังเคลื่อนไหวแบบ Two-way Risk ในกรอบ 33.50-33.80 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
