
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (17 ก.ค.) แต่ลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ดันราคาพลังงานสูงขึ้น กระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และตอกย้ำการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
● สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 26.70 ดอลลาร์ หรือ 0.67% ปิดที่ 4,018.80 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 38.05 เหรียญ หรือ 0.96% มาอยู่ที่ระดับ 4,017.32 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,012.15 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 0.26 เหรียญ หรือ 0.46% มาอยู่ที่ระดับ 55.87 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 56.63 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.86 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 999.02 ตัน ภาพรวมเดือนกรกฎาคมขายออก 6.06 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 72.99 ตัน
● ผลสำรวจทองคำประจำสัปดาห์ของ Kitco News โดยมุมมองของ Wall Street พลิกเป็นเชิงลบ หลังราคาทองคำไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้ แม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง นักวิเคราะห์7% คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นในสัปดาห์นี้ ขณะที่ 79% คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวลดลง และ 14% มองว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways
● Asset Strategies International มองว่าแนวรับบริเวณ 4,000 เหรียญ มีความสำคัญมาก หลังราคาทดสอบหลายครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาแต่ยังไม่หลุดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทุกครั้งที่ราคาอ่อนตัวลงใกล้ระดับดังกล่าว มักมีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่านักลงทุนยังมองระดับนี้เป็นจุดสะสม
● South China Morning Post รายงานว่า ธนาคาร ICBC และธนาคารจีนรายใหญ่อีก 3 แห่ง เตรียมยุติบริการซื้อขายทองคำและโลหะมีค่าแบบมาร์จินสำหรับลูกค้ารายย่อยหลังวันที่ 24 ก.ค. 2569 โดยนักลงทุนต้องปิดสถานะ ขาย หรือรับมอบทองคำจริงภายในกำหนด มาตรการดังกล่าวไม่ใช่เป็นการห้ามลงทุนในทองคำ แต่เป็นการจำกัดการใช้เลเวอเรจเพื่อลดความเสี่ยงขาดทุนเกินเงินลงทุน ขณะที่ผลกระทบต่อตลาดโลกคาดว่ามีจำกัด แต่อาจลดแรงเก็งกำไรและเพิ่มความผันผวนในตลาดจีนระยะสั้น
● Goldman Sachs ประเมินว่า จีนอาจซื้อทองคำผ่าน ตลาด OTC ในลอนดอน มากกว่า 48 ตัน ในเดือนพ.ค. หรือเกือบ 5 เท่า ของตัวเลขทางการที่รายงานเพียง 10 ตันในเดือนพฤษภาคม ขณะที่คาดการณ์ว่ายอดซื้อจริงสะสมในปี 2026 อาจสูงถึงราว 80 ตัน หรือ 2 เท่าจากที่รายงานจริงเพียง 40 ตัน
● Goldman Sachs มองว่าแรงซื้อจากธนาคารกลาง โดยเฉพาะจีน จะเป็นแนวรับสำคัญของราคาทองคำ แม้ระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดันจากการคาดการณ์ดอกเบี้ยของเฟด และยังคงเป้าหมายราคาทองคำปลายปี 2026 ที่ 4,900 เหรียญ
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
● Prelim UoM Consumer Sentiment ออกมาที่ 54.4 สูงกว่าคาดการณ์ 51.0 และสูงกว่าครั้งก่อน 49.5
● Prelim UoM Inflation Expectations ออกมาที่ 4.2% ต่ำกว่าครั้งก่อน 4.6%
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.04 จุด หรือ 0.04% มาอยู่ที่ระดับ 100.75 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.549% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.183% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.37%
● ตลาดจับตาการประชุม ECB ในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักไว้ที่ 2.40% อย่างไรก็ตาม ECB อาจยังส่งสัญญาณเปิดทางสำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนก.ย. หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางผลักดันให้ราคาพลังงานและเงินเฟ้อในยูโรโซนเร่งตัวขึ้น
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (17 ก.ค.) หลังนักลงทุนเทขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดในปีนี้ ก่อนที่แรงขายจะขยายไปยังหุ้นกลุ่มอื่น ๆ และกดดันให้นักลงทุนลดความเสี่ยงในการลงทุน
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,146.42 จุด ลดลง 406.55 จุด หรือ -0.77%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,457.69 จุด ลดลง 76.08 จุด หรือ -1.01%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,520.24 จุด ลดลง 361.70 จุด หรือ -1.40%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 4% ในวันศุกร์ (17 ก.ค.) หลังสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าการขนส่งน้ำมันอาจได้รับผลกระทบ หากเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงถูกปิดเพิ่มเติม ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็เผชิญข้อจำกัดอยู่แล้ว
● สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 3.87 ดอลลาร์ หรือ 4.59% ปิดที่ 88.10 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 3.54 ดอลลาร์ หรือ 4.48% ปิดที่ 82.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนปรับขึ้นต่ออีก 2.41% แตะ 84.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 07.18 น. ของวันนี้ ขณะที่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นราว 16% จากข่าวสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นระลอกที่ 9 และอิหร่านยังคงโจมตีตอบโต้
ข่าวการเมือง
● กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นครั้งที่ 9 เมื่อวันอาทิตย์ เพื่อบั่นทอนขีดความสามารถทางทหารที่ใช้คุกคามเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านโจมตีตอบโต้ ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น
● ขณะเดียวกันด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่า ข้อเรียกร้องบางประการเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ยังอาจไม่สามารถหาข้อยุติได้ เพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มการเจรจาและสถานการณ์ในภูมิภาค
● CENTCOM เปิดเผยว่า มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตเพิ่ม 1 รายจากเหตุการณ์ในอิรัก ส่งผลให้ยอดทหารอเมริกันที่เสียชีวิตจากความขัดแย้งกับอิหร่านเพิ่มเป็น 17 ราย นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่สหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบอัตลักษณ์ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีในจอร์แดน
● รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธกว่า 40 ลูกและโดรน 120 ลำ มุ่งเป้าหลักไปยังกรุงเคียฟ นับเป็นหนึ่งในการโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่ที่สุดของสงคราม ด้านยูเครนตอบโต้โครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของรัสเซียในทะเลดำ ส่งผลให้ท่าเรือส่งออกน้ำมันบางแห่งระงับการขนถ่ายและเรือหลายลำได้รับความเสียหาย
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.68 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 33.63 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบเงินบาทวันนี้ที่ 33.55-33.75 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
