สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามความคืบหน้าในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 21.40 ดอลลาร์ หรือ 0.45% ปิดที่ 4,685.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.3% และเป็นปัจจัยกดดันตลาด เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
ส่วนราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวขึ้นหลังจากมีรายงานว่า เรือสินค้าของอินเดียที่เดินทางมาจากแอฟริกาไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ถูกโจมตีและจมลงที่บริเวณนอกชายฝั่งโอมาน นอกจากนี้ หน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางทะเลของอังกฤษ (UKMTO) รายงานว่า เรือลำหนึ่งที่ทอดสมออยู่นอกท่าเรือฟูไจราห์ของ UAE ได้ถูก "บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต" ยึดไว้ และบังคับให้เรือมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน
นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Zaner Metals กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นและทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้นเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
นักลงทุนยังคงติดตามการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์และปธน.สีที่กรุงปักกิ่ง โดยผู้นำทั้งสองมีการหารือในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงประเด็นการค้าและไต้หวัน โดยในการพบปะกันครั้งนี้ ปธน.สีได้เตือนปธน.ทรัมป์ว่า จีนกับสหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่จะเผชิญหน้ากันหรืออาจถึงขั้นปะทะกัน หากเกิดความผิดพลาดในการจัดการประเด็นไต้หวัน
