ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (12 พ.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นหลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจหยุดชะงัก ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น และอาจผลักดันให้ธนาคารกลางทั่วโลกปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 42 ดอลลาร์ หรือ 0.89% ปิดที่ 4,686.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -25.0 เหรียญ หรือ -0.53% มาอยู่ที่ระดับ 4,715.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,702.0 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 0.31 เหรียญ หรือ 0.36% มาอยู่ที่ระดับ 86.55 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 86.50 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.00 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,038.28 ตัน ภาพรวมเดือนพฤษภาคมขายออก 0.90 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 33.70 ตัน
● ราคาทองคำสปอตเมื่อคืนนี้ร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,650 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาหนุนให้ฟื้นตัวขึ้นมายืนเหนือ 4,700 เหรียญ ขณะที่ Silver ยังคงแข็งแกร่ง ปรับขึ้นเหนือ 87 เหรียญต่อเนื่อง ตลาดยังคงเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ Bond Yield อายุ 10 ปี ขยับขึ้นใกล้ 4.5% และดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของทองคำ
● ขณะเดียวกัน มุมมองทางเทคนิคจาก Kitco ระบุว่า Gold มีแนวต้านสำคัญที่ 4,700 และ 4,757 เหรียญ หากผ่านได้มีโอกาสขึ้นต่อสู่ 4,860–4,880 เหรียญ ขณะที่แนวรับอยู่บริเวณ 4,660–4,680 เหรียญ และถัดไปที่ 4,530–4,550 เหรียญ
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.33 จุด หรือ 0.34% มาอยู่ที่ระดับ 98.29 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 98.33 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 4.465% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.994% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.47%
● วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติอนุมัติ “เควิน วอร์ช” เข้าดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด ด้วยคะแนน 51 ต่อ 45 และเตรียมลงมติอีกครั้งเร็วที่สุดวันที่ 13 พฤษภาคม นี้เพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นประธานเฟดคนใหม่แทน เจอโรม พาวเวล ที่กำลังจะครบวาระในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ ผู้ว่าการเฟดมีวาระ 14 ปี ส่วนประธานเฟดมีวาระ 4 ปี
● วอร์ชเป็นที่รู้จักในฐานะ “สายเหยี่ยว” ที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ และเคยสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงวิกฤตปี 2008 อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังเขาเริ่มมีจุดยืนสอดคล้องกับโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมองว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ ปัจจุบันอยู่ในระดับสูงเกินไป
● ขณะที่ตลาดเริ่มปรับมุมมองนโยบายเฟด หลังตัวเลข CPI สหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี โดย FedWatch Tool ล่าสุดให้น้ำหนัก 25% ที่เฟดอาจ “ขึ้นดอกเบี้ย” ภายในสิ้นปี เพิ่มขึ้นจาก 21.5% เมื่อวันก่อนหน้า สะท้อนความกังวลเงินเฟ้อที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร (12 พ.ค.) ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดในแดนลบ เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดของสหรัฐฯ และความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเป็นปัจจัยกดดันให้นักลงทุนเทขายทำกำไร
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,760.56 จุด เพิ่มขึ้น 56.09 จุด หรือ +0.11%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,400.96 จุด ลดลง 11.88 จุด หรือ -0.16%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,088.20 จุด ลดลง 185.92 จุด หรือ -0.71%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 4% ในวันอังคาร (12 พ.ค.) เนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับข้อเสนอเพื่อยุติสงคราม ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่าภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลกในขณะนี้ จะยืดเยื้อออกไปอีก
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 4.11 ดอลลาร์ หรือ 4.19% ปิดที่ 102.18 ดอลลาร์/บาร์เรล
● สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 3.56 ดอลลาร์ หรือ 3.42% ปิดที่ 107.77 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
● อิหร่านยื่นฟ้องสหรัฐฯ ต่อศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PCA) ประเทศเนเธอร์แลนด์ จากกรณีโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และการข่มขู่ใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน โดยเตหะรานต้องการใช้กระบวนการระหว่างประเทศเพื่อตอบโต้แรงกดดันจากสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังยืดเยื้อ ทั้งนี้ PCA เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่ระงับข้อพิพาทผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการ การไกล่เกลี่ย และการประนีประนอม
● IRNA รายงานว่า อิหร่านยืนยันยังอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมทางทหาร แต่เป้าหมายหลักคือการบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืน และพร้อมเดินหน้าการทูตตามทิศทางการเจรจา
● อิสราเอลกังวลว่าทรัมป์อาจเร่งทำข้อตกลงกับอิหร่าน โดยยังไม่ครอบคลุมประเด็นนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ แหล่งข่าวอิสราเอลมองว่า หากอิหร่านได้รับการผ่อนคลายแรงกดดันเร็วเกินไป อาจทำให้อิหร่านกลับมาแข็งแรงขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ ยังต้องการเดินหน้าเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบ
● Reuters รายงานว่า สงครามโดรนระหว่างฮิซบอลลาห์และอิสราเอลในเลบานอนตอนใต้รุนแรงขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายใช้โดรนโจมตีกันในพื้นที่กันชน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านซับซ้อนมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งตะวันออกกลางจะบานปลายอีกครั้ง
● กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยกับรอยเตอร์เมื่อวันอังคารว่า จีนและสหรัฐเห็นพ้องร่วมกันว่า ไม่ควรมีประเทศใดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าทั้งสองมหาอำนาจเริ่มมีจุดยืนร่วมกันต่อวิกฤตพลังงานโลก ประเด็นดังกล่าวเตรียมถูกหารือในการพบกันระหว่าง Donald Trump และ Xi Jinping ที่กรุงปักกิ่งสัปดาห์นี้ ท่ามกลางแรงกดดันให้อิหร่านเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกอีกครั้ง
● โดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางออกจากสหรัฐฯ มุ่งหน้าสู่จีนแล้ว เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ท่ามกลางสงครามอิหร่านที่ยังไร้ข้อยุติ โดยทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องพึ่งจีนในการจัดการปัญหาอิหร่าน พร้อมระบุว่า “เราจะชนะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” การเยือนครั้งนี้ยังถูกจับตาในฐานะภารกิจเศรษฐกิจระดับโลก หลังทำเนียบขาวพาผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ กว่า 17 รายร่วมเดินทาง ทั้ง Tesla, Apple, BlackRock และ Boeing สะท้อนความพยายามฟื้นความเชื่อมั่นด้านการค้า เทคโนโลยี และพลังงานระหว่างสองมหาอำนาจ
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.37 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.40 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.25-32.50 บาท/ดอลลาร์
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
● Core CPI m/m ออกมาที่ 0.4% สูงกว่าคาดการณ์ 0.3% และสูงกว่าครั้งก่อน 0.2%
● CPI m/m ออกมาที่ 0.6% เท่ากับคาดการณ์ 0.6% แต่ต่ำกว่าครั้งก่อน 0.9%
● CPI y/y ออกมาที่ 3.8% สูงกว่าคาดการณ์ 3.7% และสูงกว่าครั้งก่อน 3.3%
● อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ กลับมาเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะเงินเฟ้อพื้นฐานที่ออกมาสูงกว่าคาด สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ CPI รายเดือนจะชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า แต่เงินเฟ้อรายปียังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังต้องรักษาท่าทีระมัดระวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
