
IQ> ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวกเพียง 49.50 จุด นักลงทุนกังวลสงครามยืดเยื้อ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)--ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันจันทร์ (30 มี.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับความยืดเยื้อของสงครามในตะวันออกกลาง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเดินหน้าโจมตีอิหร่านหากทั้งสองฝ่ายคว้าน้ำเหลวในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,216.14 จุด เพิ่มขึ้น 49.50 จุด หรือ +0.11%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,343.72 จุด ลดลง 25.13 จุด หรือ -0.39% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,794.64 จุด ลดลง 153.72 จุด หรือ -0.73%
ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันจันทร์ โดยระบุว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังมีความคืบหน้าอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ขู่ว่าหากสหรัฐฯ ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้ในเร็ว ๆ นี้ และหากอิหร่านยังคงไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯก็จะถล่มโรงไฟฟ้า แหล่งน้ำมัน และเกาะคาร์ก อย่างย่อยยับ
ด้านเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ โดยระบุว่า สหรัฐฯ มีข้อเรียกร้องที่มากเกินไป ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และไม่มีเหตุผล
นอกจากนี้ สถานการณ์ตึงเครียดมีแนวโน้มลุกลามบานปลาย หลังจากกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่กลุ่มฮูตีเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามครั้งนี้นับตั้งแต่ที่อิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
สงครามในตะวันออกกลางซึ่งล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 และยังไม่มีแนวโน้มสิ้นสุดลงนี้ ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล และมีความเสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยขัดขวางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามอิหร่านที่คาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้
ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนในระดับหนึ่ง หลังจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในวันจันทร์ว่า เฟดยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น โดยสำหรับในระยะใกล้นี้ แนวทางที่เหมาะสมสำหรับเฟดคือการมองข้ามความผันผวนระยะสั้นของตลาดพลังงาน และมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายของเฟด ได้แก่ การรักษาเสถียรภาพด้านราคา และการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ
พาวเวลยังกล่าวด้วยว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันที่ระดับ 3.50-3.75% ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม และขณะนี้เฟดยังไม่ได้เผชิญกับการตัดสินใจเร่งด่วนเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในอิหร่าน โดยเฟดมองว่านโยบายของเฟดมีความเหมาะสมสำหรับการจับตาดูสถานการณ์ต่อไป ซึ่งรวมถึงสงครามในอิหร่าน และผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรที่จะมีต่อราคาสินค้า
หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้น 1.1% และหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคดีดตัวขึ้น 0.6% ส่วนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มเทคโนโลยี ร่วงลง 1.6% และ 1.5% ตามลำดับ
นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมี.ค.ในวันศุกร์นี้ (3 เม.ย.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 56,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนมี.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 4.4%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช