ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลางจะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาด
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 176 ดอลลาร์ หรือ 3.87% ปิดที่ 4,376.30 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -143.0 เหรียญ หรือ -3.16% มาอยู่ที่ระดับ 4,378.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,397.0 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -3.45 เหรียญ หรือ -4.83% มาอยู่ที่ระดับ 67.98 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 69.46 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.29 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,052.71 ตัน ภาพรวมเดือนมีนาคมขายออก 48.62 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 19.28 ตัน
● นักวิเคราะห์จาก Kitco Metals กล่าวว่า ทองคำถูกกดดันจากความกังวลว่าภาวะเงินเฟ้ออาจทำให้เฟดตรึงดอกเบี้ยที่ระดับสูงต่อไป พร้อมกับคาดการณ์ว่า หากสงครามในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ ก็อาจฉุดราคาทองคำร่วงลงหลุดจากระดับ 4,000 ดอลลาร์ แต่หากมีการทำข้อตกลงหยุดยิงและมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ก็อาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำให้ดีดขึ้นแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์
● นักวิเคราะห์จาก US Bank มองว่าแรงขายทองคำในตลาดอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากธนาคารกลางหลายประเทศเริ่มนำทองคำสำรองมาแปลงเป็นเงินสดเพื่อเสริมสภาพคล่อง ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง โดยกรณีของตุรกีสะท้อนชัด หลังทองคำสำรองลดลงเกือบ 59 ตันใน 2 สัปดาห์ ทั้งจากการขายและใช้ค้ำประกันเงิน ขณะที่โปแลนด์ก็ส่งสัญญาณอาจขายทองเพื่อเพิ่มงบกลาโหม เพื่อรับมือเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนเศรษฐกิจ
● Wells Fargo ชี้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงสูงขึ้นกดดันทองคำ ราคาน้ำมันที่พุ่งและเงินเฟ้อสูง ทำให้ตลาดกังวลว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง ยิ่งกดดันทองคำระยะสั้นอย่างไรก็ตาม ยังมองบวกระยะยาวคาดราคาทองอาจขึ้นสู่ 6,100–6,300 ดอลลาร์ภายในปี 2026
